วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานบูรณาการวิชาสังคม

ประวัติความเป็นมา เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก (วิชาสังคมศึกษา)





     เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลามะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง
     เมี่ยงอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองตากก็คือเมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล'' เมี่ยงชนิดนี้จะมีเต้าเจี้ยวเป็นน้ำเมี่ยง แต่เต้าเจี้ยวที่ใช้ไม่เหมือนกับเต้าเจี้ยวทั่วๆไปที่ขายซึ่งมีรสเค็ม แต่เต้าเจี้ยวของตากที่ทานกับเมี่ยงเป็นเต้าเจี้ยวเปรี้ยว ซึ่งคนตากจะทำการหมักไว้จนเปรี้ยวและก็มีวางขายเป็นของฝากด้วย เต้าเจี้ยวเปรี้ยวแบบนี้ใช้ทำอาหารได้หลายอย่างเหมือนเต้าเจี้ยวทั่วๆ ไป                        
  อ้างอิง : http://rueanthai2.lefora.com

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

~ปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง~

การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้
              “การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”
แปลความสรุปอย่างเข้าใจง่าย คือ ปลูกไม้ให้พออยู่ พอกิน พอใช้ และระบบนิเวศน์
พออยู่ หมายถึง ไม้เศรษฐกิจปลูกไว้ทำที่อยู่อาศัย และจำหน่าย
พอกิน หมายถึง ปลูกพืชเกษตรเพื่อการกินและสมุนไพร
พอใช้ หมายถึง ปลูกไม้ไว้ใช้สอยโดยตรงและพลังงาน เช่น ไม้ฟืน, และไม้ไผ่ เป็นต้น
ประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ สร้างความสมบูรณ์และก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า
วิธีการดำเนินการ
1. การจัดแบ่งที่ดินทำกินเพื่อใช้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จากพื้นที่ทำกินอยู่เดิม ที่เป็นพื้นที่สวน ไร่หรือนา     แบ่งพื้นที่ออกมา ร้อยละ 30-50 โดยมีรูปแบบการจัดแบ่ง 3 รูปแบบ ดังนี้
      1. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.1 จัดแบ่งโดยใช้พื้นที่รอบแนวเขตพื้นที่ทำกิน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 ตามแนวเขตแดนพื้นที่ ทำกิน
      2. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.2 จัดแบ่งออกมาชัดเจนเป็นส่วน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 โดยจัดส่วนอยู่ด้านหนึ่งของพื้นที่
1.3 จัดแบ่งเป็นริ้วหรือแถบตามความเหมาะสม 
องค์ประกอบตามวัตถุประสงค์ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
 
การจัดโครงสร้างและลำดับชั้นต้นไม้ในป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการจัดโครงสร้าง           พันธุ์ไม้ให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีชั้นเรือนยอด 3 ชั้น ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน เรือนยอดชั้นกลาง เรือนยอดชั้นล่าง และหากจัดโครงสร้างด้านการใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับ คือ ชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่างและชั้นใต้ดิน ตามรูปแบบเกษตร 4 ชั้น, สวนโบราณ, สวนสมรม
3.1 ไม้เรือนยอดชั้นบนได้แก่ ไม้ที่ปลูกใช้เนื้อไม้ทำที่อยู่อาศัย เช่น ตะเคียนทอง, สัก ยางนา, สะเดา, จำปาทอง ฯลฯ และไม้ที่ลำต้นสูงและที่ลูกเป็นอาหารได้ เช่น สะตอ, เหรียง, กระท้อน, มะพร้าว หมาก ฯลฯ
3.2 ไม้ เรือนยอดชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นไม้เพื่อการกิน, การขาย, การใช้เป็นอาหารและสมุนไพร เช่น มะม่วง, ขนุน, ชมพู่, มังคุด, ไผ่, ทุเรียน, ลองกอง, ปาล์ม ฯลฯ
3.3 ไม้ที่ปกคลุมผิวดิน ทั้งที่เป็นอาหาร, สมุนไพรและของใช้ เช่น กาแฟ ผักป่าชนิดต่าง ๆ ชะพูล, มะนาว, หวาย, สบู่ดำ ฯลฯ
3.4 พันธุ์พืชที่ใช้ประโยชน์จากส่วนที่อยู่ใต้ดิน (พืชหัว)เป็นพืชที่ปลูกเพื่อความพอเพียงในด้านการกิน ได้แก่ กลอย, ขิง ข่า, กระชาย, กระทือ ฯลฯ 
        กระบวนการปลูกในรูปแบบดังกล่าวจะได้พันธุ์ไม้ที่เกิดป่า 3 อย่าง คือ ป่าเพื่อพออยู่ ป่าเพื่อพอกินและป่าเพื่อพอใช้ และจะได้ประโยชน์เพิ่มในด้านการรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม 
อ้างอิง :  http://www.greencoun.com/3forest_4benefits.php

คุณธรรมและจริยาธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

คุณธรรมและจริยาธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

บัญญัติ 10 ประการ                                 
1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ต้องไม่สอดแนมหรือแก้ไขเปิดดูในแฟ้มของผู้อื่น         
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
7. ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
9. ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทำ
10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ  กติกามารยาท


อ้างอิง :  http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=19470

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว

ชื่ิอ-สกุล : นิศารัตน์  น้อยทอง (Nisarat Noithong)
ชื่อเล่น : อุ้ม (Oum)
อายุ : 13 ปี
วันเกิด : 2 มกราคม 42 (2 January 1999)
สถาบันการศึกษา : โรงเรียนตากพิทยาคม (Takphitthayakhom school)
งานอดิเรก : ฟังเพลง (Listen to music)
นิสัยส่วนตัว : ตัวเองต้องถูกเสมอและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
สิ่งที่ชอบ : การที่ได้อยู่ร่วมกับสังคม (To be shared with the community.)
อนาคตอยากเป็น : เภสัชกร (Pharmacist)
คติประจำใจ : ชีวิต คือ การต่อสู้ (Life is a struggle.)

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข้อมูลและสารสนเทศ

     ข้อมูล  เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์  หรือของสิ่งที่น่าสนใจ  ข้อมูลจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน  สารสนเทศนี้เองคือสิ่งที่เรานำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ  ข้อมูลและสารสนเทศจึงเป็นสิ่งที่มีค่า  ต้องเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบ  และต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
     เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีหลายประเภท  จำแนกได้ตามขอบเขตของการเชื่อมต่อ  ว่าต้องการใช้ในระยะใกล้หรือระยะไกล  ประเภทสำคัญๆ ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้
     1. เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (Local Area Network) หรือแลน (LAN)
     2. เครือข่ายบริเวณนครหลวง (Metropolitan Area) หรือแมน (MAN)
     3. เครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network) หรือแวน (WAN)
     4. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet)
เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่
     เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (Local Area Network : LAN) เป็นเครือข่ายระยะใกล้ ใช้ภายในสำนักงานขององค์กรที่อยู่ในอาคารเดียวกัน ส่วนประกอบสำคัญของระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่มีดังนี้
     1. เครื่องบริการ (server)
     2. เครื่องสถานีงาน (workstation) หรือเครื่องรับบริการ (client)
     3. การ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายเฉพาะที่ (LAN card)
     4. ซอฟต์แวร์ควบคุมระบเครือข่าย (network system software)
     5. เครื่องกระจายระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ หรือฮับ (hub)
     6. สายต่อเชื่อมระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (LAN cable)
เครือข่ายบริเวณนครหลวง
     เครือข่ายบริเวณนครหลวง  หรือแมน (MAN) เป็นเครือข่ายให้บริการสำหรับเมืองใหญ่ๆที่พัฒนามาจากระบบโทรทัศน์ทางสาย  หรือเคเบิ้ลทีวีในมัยก่อน  ระบบนี้ใช้สายโคแอ็กเซียลความเร็วสูง (coaxial cable) ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปให้สมาชิกตามบ้าาน  ต่อมาได้พัฒนาให้รับส่งข้อมูลได้ด้วย  โดยทั่วไปสามารถรับส่งสัญญาณภาพ  เสียง  และข้อมูล  โดยมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์รับส่งที่สามารถแยกสัญญาณเหล่านี้ออกจากกัน  ทำให้บริการได้ทั้งเคเบิ้ลทีวี  วิทยุทางสาย  และเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เครือข่ายบริเวณกว้าง
     เครือข่ายบริเวณกว้าง  หรือแวน (WAN) เป็นเครือข่ายที่พัฒนามาจากเครือข่ายโทรศัพท์ทางไกล  ซึ่งเชื่อมโยงผ่าน  เมือง  จังหวัด  ประเทศ  ทวีป  โยงใยทั่วโลก  เครือข่ายนี้แบ่งเป็นเครืิอข่ายย่อย (subnet)  และเครือข่ายหลัก (backbone)  ประกอบด้วยสวิทช์เลือกคู่สายที่อยู่ตามชุมสายต่างๆ  เชื่อมโยงด้วยสายเคเบิลจำนวนมากทุกรูปแบบ  ทั้งสายทองแดง สายใยแก้วนำแสง  สัญญาณไมโครเวฟ  ผ่านภาคพื้นดินและผ่านดาวเทียม  ซึ่งมีความเร็ว 56 Kbps  ระบบเอกซ์ยี่สิบห้า  (X-25)  ซึ่งมีความเร็ว  14.4 Kbps  ถึง  56 Kbps  และระบบเอทีเอ็ม (ATM=Asynchronous Transfer Mode) ซึ่งมีความเร็ว 155 Kbps ถึง 622 Kbps
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
     เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้รับการพัฒนามาจากเครือข่ายแวนเพื่องานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ  ที่เรียกว่า อาร์พาเน็ต (ARPANET)  ซึ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นในปี 1969 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 3 มหาวิทยาลัย  แลศูนย์วิจัยอีก 1 แห่ง  ต่อมาเครือข่ายนี้ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆมีผู้เข้าร่วมพัฒนามากมาย  รวมทั้งบริษัทเอกชน  และได้มีเครือข่ายอีกเครือข่ายหนึ่งเกิดขึ้นในปี 1991  เป็นเครือข่ายพื่อการวิจัยและการศึกษา  ที่เรียกว่า NSFNET  (national  research  and education network) ซึ่งสนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกาเช่นกัน  ความเร็วในการสื่อสารของเครือข่ายนี้สูงถึงกว่า 1 Gbps หรือ 1 พันล้านบิตต่อวินาที  โดยอาศัยเครือข่ายแวนที่เป็นเครือข่ายสาธารณะนั่นเอง  ต่อมาทั้งสองเครือข่ายนี้ได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้คือ
1. ระบบคอมพิวเตอร์
2. อุปกรณ์ต่อเชื่อมเพื่อการสื่อสารข้อมูล ( เป็นส่วนฮาร์ดแวร์ )
3. ซอฟแวร์สำหรับการสื่อสารข้อมูล
4. โพรโทคอล ( protocol ) หรือ เกณฑ์วิธี คือข้อกำหนดสำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบนั้นๆ
5. สื่อนำข้อมูล ( media ) เช่น สายโทรศัพท์ หรือเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือคลื่นวิทยุ